เรื่องราวพลิกผันไม่คาดฝันเมื่อศาลสูงปัฏนาสั่งรื้อคดีค่าเลี้ยงดูที่เคยตัดสินไปแล้ว สร้างความฮือฮาและจุดประกายคำถามมากมายถึงผลกระทบที่จะตามมาต่อทั้งฝ่ายภรรยาผู้ร้องและสามีผู้ถูกเรียกค่าเลี้ยงดู คำตัดสินครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพิจารณาคดีใหม่ แต่ยังอาจเป็นการเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องการคำนวณค่าเลี้ยงดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ว่า “เงินกู้” และ “รายได้ค่าเช่า” จะถูกนำมาพิจารณาอย่างไร ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่สามีต้องรับผิดชอบพุ่งสูงขึ้นราวกับมี “ตัวคูณ” เข้ามาเกี่ยวข้อง
ต้นตอของเรื่องอยู่ที่คำสั่งเดิมของศาลครอบครัวที่กำหนดค่าเลี้ยงดูไว้ที่ 10,000 รูปีต่อเดือน ศาลสูงปัฏนาพบว่าการคำนวณนั้นมีข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหักเงินผ่อนชำระหนี้ (EMI) ออกจากรายได้สุทธิของสามี และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการละเลยรายได้จากค่าเช่าที่สามีได้รับไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเท่ากับเป็นการมองข้ามแหล่งรายได้สำคัญที่ควรนำมาพิจารณา นี่คือจุดที่ทำให้ศาลสูงเห็นว่าคำตัดสินเดิมไม่ยุติธรรมและจำเป็นต้องรื้อถอนเพื่อพิจารณาใหม่ทั้งหมด
จากคำวินิจฉัยนี้ ศักยภาพในการเพิ่มค่าเลี้ยงดูราวกับ “ตัวคูณ” ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรง การใช้ “ตัวคูณ” นี้คล้ายคลึงกับกลไกในเกมสล็อตที่ฟีเจอร์ Multiplier สามารถเปลี่ยนการชนะเล็กน้อยให้กลายเป็นการจ่ายรางวัลที่ทวีคูณมหาศาล คำสั่งรื้อคดีของศาลฯ ครั้งนี้อาจหมายถึงการที่ฝ่ายภรรยาจะได้รับค่าเลี้ยงดูที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่อาจดูไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ กลายเป็นจำนวนเงินที่สมเหตุสมผลมากขึ้น ซึ่งสร้างความหวังให้กับผู้หญิงหลายคนที่ต้องพึ่งพิงค่าเลี้ยงดู
ศาลสูงปัฏนาได้กำชับให้ศาลครอบครัวปฏิบัติตามแนวทางของคำวินิจฉัยศาลฎีกาในคดี Rajnesh vs. Neha อย่างเคร่งครัด ซึ่งหมายถึงการที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องยื่นคำให้การพร้อมรายละเอียดทรัพย์สินและหนี้สินอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ศาลจะต้องพิจารณาเงินเดือนของสามีทั้งหมด รวมถึงส่วนที่เพิ่มขึ้นในภายหลัง และที่สำคัญคือรายได้ค่าเช่าที่เคยถูกมองข้ามไป เพื่อนำมาคำนวณหาจำนวนเงินค่าเลี้ยงดูใหม่ภายในระยะเวลาสี่เดือน การพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนนี้จะทำให้ไม่มีรายได้ส่วนใดถูกปกปิด และอาจเป็น “ตัวคูณ” ที่ซ่อนอยู่ในการกำหนดค่าเลี้ยงดูครั้งใหม่
ผลลัพธ์ของคดี “Jyoti Raj vs. The State of Bihar and another” จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับคดีค่าเลี้ยงดูในอนาคต มันส่งสัญญาณชัดเจนว่าความพยายามในการซ่อนเร้นรายได้หรือลดทอนความสามารถในการชำระค่าเลี้ยงดูจะไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป ศาลกำลังให้ความสำคัญกับการประเมินสถานะทางการเงินอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าเลี้ยงดูที่ยุติธรรมและเพียงพอต่อการยังชีพของผู้ที่ต้องพึ่งพิง ซึ่งอาจหมายถึงว่าหลายกรณีต่อจากนี้ไป ค่าเลี้ยงดูอาจ “ทวีคูณ” ขึ้นจนผู้รับต้องร้องว้าว แต่สามีก็อาจต้องอ่วมไปตาม ๆ กัน

